ประเภทของกล่องกระดาษลูกฟูก เลือกแบบไหนให้เหมาะกับสินค้าและการขนส่ง

กล่องกระดาษลูกฟูก มีกี่ประเภท เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับสินค้า

เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของกล่องกระดาษลูกฟูก และวิธีเลือกประเภทที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณ รวมถึงคำแนะนำในการเลือกกล่องที่ให้ความแข็งแรงและการป้องกันที่ดีที่สุด

กล่องกระดาษลูกฟูกเป็นตัวเลือกที่ยอดนิยม สำหรับใช้ในการบรรจุสิ่งของและขนส่งสินค้า เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการป้องกันการกระแทกและมีน้ำหนักเบา แต่กล่องกระดาษลูกฟูกมีหลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน การเลือกประเภทกล่องที่เหมาะสมจะช่วยให้สินค้าของคุณได้รับการปกป้องที่ดีที่สุดในระหว่างการขนส่งและยังช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์อีกด้วย

ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของกล่องกระดาษลูกฟูกและวิธีการเลือกกล่องที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณ

กล่องกระดาษลูกฟูกพิมพ์ลาย สำหรับบรรจุเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่น สวยงาม น่าสนใจ

กล่องกระดาษลูกฟูกมีกี่ประเภท?

กล่องกระดาษลูกฟูกมีหลายประเภทที่สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการของสินค้าและลักษณะการใช้งาน ต่อไปนี้คือประเภทหลักๆ ของกล่องกระดาษลูกฟูก

1.กล่องฝาชน (Regular Slotted Container – RSC)

กล่องฝาชนเป็นกล่องที่มีการเปิดด้านบนและด้านล่าง สามารถปิดฝาได้สนิท โดยทั่วไปจะใช้บรรจุสินค้าทั่วไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่ง หรือสินค้าอื่นๆ ที่ไม่หนักมาก

2.กล่องฝาเกย (Overlap Slotted Container – OSC)

คล้ายกับกล่องฝาชน แต่ฝาด้านบนและด้านล่างจะมีการทับซ้อนกัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและทนทาน เหมาะสำหรับการบรรจุสินค้าที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น เฟอร์นิเจอร์ หรือของที่ต้องการการป้องกันเพิ่มเติม

3.กล่องไดคัท (Die-Cut Box)

กล่องที่ออกแบบได้ตามความต้องการของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ มีรูปร่างและขนาดที่หลากหลาย สามารถปรับแต่งได้ตามความเหมาะสมของสินค้า เช่น สินค้าที่มีรูปทรงพิเศษ หรือสินค้าที่ต้องการการป้องกันพิเศษ

4.กล่องหูหิ้ว (Carrying Paper Box)

กล่องประเภทนี้มีมือจับสะดวกในการถือ มีความทนทานและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการการพกพา สามารถพิมพ์ลวดลายหรือโลโก้ได้ดี เช่น กล่องของขวัญหรือสินค้าในร้านค้าปลีก

5.กล่องฝาครอบ (Telescope Box)

กล่องประเภทนี้ประกอบด้วยสองส่วน คือ ตัวกล่องและฝาครอบ ซึ่งสามารถปรับขนาดได้ตามความสูงของสินค้าที่บรรจุ ช่วยให้สามารถบรรจุสินค้าที่มีขนาดหรือความสูงแตกต่างกันได้ดี
ประเภทของลอนกระดาษลูกฟูก

นอกจากนี้ กล่องกระดาษลูกฟูกยังมีการแบ่งตามชนิดของลอนที่ใช้ในการผลิต ซึ่งมี 3 ชนิดหลัก ได้แก่

  • Single Face: ประกอบด้วยแผ่นเรียบ 1 แผ่นและลอนลูกฟูก 1 แผ่น เหมาะสำหรับการกันกระแทกสินค้า
  • Single Wall: มีแผ่นเรียบ 2 แผ่นและลอนลูกฟูก 1 แผ่น เหมาะสำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักปานกลาง
  • Double Wall: ประกอบด้วยแผ่นเรียบ 3 แผ่นและลอนลูกฟูก 2 แผ่น เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการการป้องกันสูงหรือมีน้ำหนักมาก

โดยรวมแล้วการเลือกประเภทของกล่องกระดาษลูกฟูกจะขึ้นอยู่กับลักษณะของสินค้าของคุณ รวมถึงความต้องการในด้านการป้องกันและการขนส่ง

กล่องกระดาษลูกฟูกหลายขนาด สำหรับบรรจุสินค้าและขนส่ง แข็งแรง ทนทาน

เลือกกล่องกระดาษลูกฟูก แบบไหนดีให้เหมาะกับสินค้า?

การเลือกกล่องกระดาษลูกฟูกที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันสินค้า และลดความเสียหายระหว่างการขนส่ง นอกจากนี้ยังช่วยให้การขนส่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการเลือกใช้กล่องที่เหมาะสม ต่อไปนี้คือคำแนะนำในการเลือกกล่องกระดาษลูกฟูกให้เหมาะสมกับลักษณะของสินค้าของคุณ

1.น้ำหนักของสินค้า

การเลือกประเภทกล่องกระดาษลูกฟูกจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักของสินค้าเป็นหลัก

  • สินค้าน้ำหนักเบา: สำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักเบา เช่น ขวดสุรา หรือหลอดไฟฟ้า ควรเลือกใช้ กล่องกระดาษลูกฟูกชนิด 2 ชั้น (Single Faced) ซึ่งมีความยืดหยุ่นและน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการการกันกระแทกและไม่ต้องการความแข็งแรงมากนัก
  • สินค้าน้ำหนักปานกลาง: หากสินค้ามีน้ำหนักปานกลาง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ หรือเครื่องฟอกอากาศ ควรเลือก กล่องกระดาษลูกฟูกชนิด 3 ชั้น (Single Wall) ซึ่งมีความแข็งแรงพอสมควร เพื่อรองรับน้ำหนักและป้องกันสินค้าได้ดีขึ้น
  • สินค้าน้ำหนักมาก: สำหรับสินค้าที่มีน้ำหนักมาก เช่น แบตเตอรี่ ขนาดใหญ่ หรือเครื่องจักร ควรเลือก กล่องกระดาษลูกฟูกชนิด 5 ชั้น (Double Wall) ซึ่งมีความแข็งแรงสูงและสามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 200 กิโลกรัม เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการการป้องกันสูง

2.รูปทรงของสินค้า

สินค้าที่มีรูปทรงไม่ธรรมดา เช่น สินค้าทางการแพทย์หรือของเล่นที่มีรูปทรงพิเศษ สามารถเลือกใช้ กล่องไดคัท (Die-Cut Box) ซึ่งสามารถออกแบบให้พอดีกับรูปทรงของสินค้า ช่วยให้การบรรจุสะดวกและป้องกันสินค้าได้ดีขึ้น กล่องไดคัทสามารถปรับให้พอดีกับขนาดของสินค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินค้าขนาดเล็กหรือใหญ่

3.การป้องกันและความปลอดภัย

สินค้าที่ต้องการการป้องกันพิเศษ เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องมือแพทย์ ควรเลือกใช้ กล่องฝาครอบ (Telescope Box) ซึ่งมีโครงสร้างแข็งแรงและสามารถป้องกันการกระแทกได้ดี ทำให้สินค้าได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่ กล่องประเภทนี้เหมาะสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าสูงหรือสินค้าที่มีความเปราะบาง

4.การพิมพ์และการตลาด

หากคุณต้องการให้กล่องดูสวยงามและมีเอกลักษณ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ ควรเลือก กระดาษลูกฟูกเกรด E หรือ KA ซึ่งสามารถพิมพ์ลวดลายหรือโลโก้ได้ดี กระดาษประเภทนี้มีคุณสมบัติในการพิมพ์ที่ชัดเจน เหมาะสำหรับการออกแบบกล่องที่มีสีสันสดใสและข้อความที่ชัดเจนสำหรับการตลาด

5.การจัดการสินค้าหรือการขนส่ง

ถ้าสินค้ามีความจำเป็นต้องขนส่งเป็นจำนวนมากหรือบ่อยครั้ง ควรเลือก กล่องกระดาษลูกฟูกที่มีขนาดพอดีและมีความแข็งแรง พอที่จะรองรับการขนส่งจำนวนมาก กล่องที่มีลอนลูกฟูกแข็งแรงจะช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าหรือบรรจุภัณฑ์เสียหายระหว่างการขนส่ง

6.การใช้งานที่สะดวก

สำหรับสินค้าที่ต้องการการขนส่งแบบสะดวก สามารถเลือก กล่องหูหิ้ว (Carrying Paper Box) ซึ่งมาพร้อมมือจับ ทำให้สะดวกในการพกพาหรือใช้งาน โดยเฉพาะในงานขายปลีกหรือการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้า

สรุป

การเลือกกล่องกระดาษลูกฟูกที่เหมาะสมกับสินค้าช่วยให้การขนส่งมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ของคุณ ด้วยประเภทของกล่องที่หลากหลายและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน อย่าลืมพิจารณาน้ำหนักของสินค้า รูปทรง และความปลอดภัยที่ต้องการ เพื่อเลือกกล่องที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณให้ดีที่สุด

อ่านบทความเพิ่มเติม: กระดาษลูกฟูกแบบ 3 ชั้น 5 ชั้น และ 7 ชั้น แตกต่างกันอย่างไร?